ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
  การตั้งครรภ์
รู้จัก ฮอร์โมน ยามท้อง
[30 พฤศจิกายน 2552 13:38 น.]จำนวนผู้เข้าชม 29996 คน

รู้จัก ฮอร์โมน ยามท้อง

 

โดย: อัจฉรา

อาจกล่าวได้ว่า "ฮอร์โมน" คือสารเคมีแห่งชีวิต เพราะมีฤทธิ์ต่อร่างกายสารพัด ยิ่งช่วงท้องอย่างนี้ยิ่งสำคัญใหญ่ ไปดูกันค่ะว่าช่วงนี้จะมีฮอร์โมนตัวไหนบ้างที่เปลี่ยนแปลงไป และจะส่งผลอย่างไรกับคุณแม่ตั้งครรภ์บ้าง

เมื่อตั้งครรภ์การเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างก็จะมาเยือน ไม่ว่าจะเป็นประจำเดือนที่ขาดไป มีทารกตัวน้อยปฏิสนธิอยู่ในตัวเรา สรีระที่พร้อม   จะเป็นคุณแม่ฯลฯ และอีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปแน่ๆ เลยก็คือ 'ฮอร์โมน'

คุณหมอดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร สูติแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราช      จะมาแนะนำให้เรารู้จักอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้ค่ะ

ฮอร์โมน..คืออะไร
ฮอร์โมน ก็คือ สารเคมีที่ร่างกายสร้างไว้สำหรับควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ ซึ่งฮอร์โมนถูกสร้างมาจากอวัยวะต่างๆ อย่าง ต่อมไร้ท่อ หรือบางตัวก็สร้างจากเนื้อเยื่อของร่างกาย


ในช่วงตั้งครรภ์ระดับของฮอร์โมนในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อเตรียมร่าง กายให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ ให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปได้อย่างปกติ รวมไปถึงการเจริญเติบโตของทารกน้อยในครรภ์ การคลอดและการเตรียมตัวช่วงหลังคลอด

การเปลี่ยนแปลงที่ว่าเริ่มมีตั้งแต่ปฏิสนธิไปจนถึงหลังคลอดเลยละค่ะ      ในแต่ละช่วง แต่ละไตรมาสก็มีความเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนกัน แล้วแต่หน้าที่หรือผลของฮอร์โมนแต่ละตัว

 

ฮอร์โมน hCG
เมื่อเริ่มมีการปฏิสนธิ ไข่ถูกผสมและมาฝังตัวอยู่ที่มดลูก ฮอร์โมนตัวแรกมีการเปลี่ยนแปลงก็คือ hCG หรือ Human Chorionic Gonadotropin ฮอร์โมนตัวนี้ถูกสร้างจากเซลล์ในไข่ที่ถูกผสมและจะกลายเป็นรกต่อไป

หน้าที่ที่สำคัญของ hCG นี้ ก็คือ ไปกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนตัวอื่นๆ ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ และฮอร์โมนตัวสำคัญที่จะต้องสร้างก็คือเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนนั่นเอง เพราะว่าฮอร์โมนส่วนใหญ่ของแม่ตั้งครรภ์นั้นจะถูกสร้างจากรก ตอนแรกที่ไข่เริ่มมีการผสม รกยังไม่เจริญเต็มที่ จึงต้องมีฮอร์โมน hCG เพื่อ ไปกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนตัวอื่นๆ แต่พอรกเริ่มเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว รกก็จะทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนตัวอื่นแทนรังไข่ ฮอร์โมน hCG ที่ ถูกสร้างมาเพื่อกระตุ้นรังไข่ก็เลยลดน้อยลงไป ดังนั้นเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น รกเจริญเต็มที่แล้ว ถ้าทำการตรวจปัสสาวะเพื่อทดสอบการตั้งครรภ์ก็อาจให้ผลลบได้ เนื่องจากฮอร์โมน hCG มีระดับต่ำลงนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ ฮอร์โมน hCG ยังมีผลทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้อาเจียนในช่วงแรกๆ หากในบางรายที่มีอาการแพ้ท้องมากๆ เพราะว่ามี hCG สูง ก็อาจจะต้องมีการตรวจเพิ่มเติมว่ามีสิ่งผิดปกติหรือเปล่า เช่น อาจจะตั้งครรภ์แฝด หรือ ตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก หรือ รกเจริญผิดปกติก็ได้ค่ะ


 

ฮอร์โมน เอสโตรเจน
เอสโตรเจน (Estrogen) เป็น ฮอร์โมนที่เรารู้จักดีและมีอยู่แล้วในผู้หญิง ในช่วงที่ตั้งครรภ์ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะถูกสร้างจากรังไข่เนื่องด้วยการ กระตุ้นจากฮอร์โมน hCG แต่เมื่อรกเจริญดีแล้ว เอสโตรเจนจะถูกสร้างมาจากรกและต่อมหมวกไตของทารก มีหน้าที่เสริมสร้างเนื้อเยื่อต่างๆ ของแม่ท้อง กับช่วยเปลี่ยนแปลงเนื้อเยื่อต่างๆ เอสโตรเจนจะไปกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวขึ้นและเหมาะสำหรับให้ไข่ที่ ผสม แล้วมาฝังตัว ทำให้มดลูกของเราขยายขนาดขึ้น ผนังมดลูกหนามากขึ้น ไปเสริมสร้างเนื้อเยื่อ เซลล์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ในตอนท้องมดลูกจึงขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเป็นร้อยๆ เท่าจากก่อนตั้งครรภ์ที่มีความจุเพียงประมาณ 10 มิลลิลิตร เมื่อตั้งครรภ์ครบกำหนดมดลูกอาจขยายใหญ่ขึ้นจนมีความจุ 3-5 ลิตรทีเดียว ทั้งนี้เพื่อให้ทารกในครรภ์เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ในส่วนของช่องคลอด เอสโตรเจนทำให้ผนังช่องคลอดหนาตัวและยืดขยายได้ดีขึ้นด้วย

เอสโตรเจนยังช่วยกระตุ้นให้เลือดทั่วร่างกายมีการไหลเวียนมากขึ้น ไปหล่อเลี้ยงที่มดลูกมากขึ้น เพื่อนำอาหารและออกซิเจนไปให้แก่ลูกในครรภ์ รวมทั้งจะได้ขับถ่ายของเสียได้ดีอีกด้วย นอกจากนี้เอสโตรเจนยังมีหน้าที่เตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจหลังคลอดด้วย นั่น คือทำให้เต้านมขยายขนาดใหญ่ขึ้นทั้งมีการสร้างและขยายขนาดของท่อน้ำนมอีกด้วย

การเปลี่ยนแปลงที่มี ส่วนมาจากฮอร์โมนนี้ว่าจะค่อยๆ เปลี่ยนไปตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ เอสโตรเจนไม่ใช่จะเสริมสร้างเนื้อเยื่อกันเพียงอย่าง เดียว ยังมีผลทำให้เนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงด้วยคือ ช่วยเปลี่ยนให้เนื้อเยื่อต่างๆ อ่อนนุ่มขึ้น ยืดขยายได้ดีขึ้น โดยเฉพาะพวกเอ็น ข้อต่อต่างๆ เอสโตรเจนจะไปทำให้ข้อต่อหลวม โดยเฉพาะที่เชิงกราน เพื่อจะได้เหมาะแก่การคลอด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คุณแม่บางคนรู้สึกปวดเมื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรง เอสโตรเจนยังทำให้ผนังหลอดเลือดมีการเปลี่ยนแปลงขยายใหญ่ขึ้น ทำให้พวกสารน้ำต่างๆ ในระบบไหลเวียนเลือดมีการซึมออกมาที่เนื้อเยื่อข้างนอกได้ง่ายขึ้น เมื่อต้องเดินมากๆ หรือยืนนานๆ จะทำให้บวมง่าย โดยเฉพาะส่วนที่อยู่ต่ำ เช่น เท้า ขา คุณหมอก็เลยแนะนำว่า สิ่งที่พอช่วยลดเจ้าอาการบวมนี้ได้บ้างก็คือให้นอนพักแล้วยกเท้าสูง

นอกจากนี้เอสโตรเจนยังทำให้เนื้อเยื่อของมดลูก ปากมดลูกนุ่ม ยืดขยายได้ง่ายขึ้น พร้อมที่จะหดรัดตัวได้ดีเมื่อคุณแม่เจ็บท้องคลอด และยังทำให้ภายในช่องคลอดของคุณแม่มีภาวะเป็นกรดมากขึ้น ช่วยทำให้ติดเชื้อต่างๆ ยากขึ้นอีกด้วยค่ะ

ถ้าสังเกตก็จะเห็นว่าในช่วงระหว่างตั้งครรภ์นั้นผิวหนังบริเวณหน้าท้อง เต้านมของคุณแม่จะมีสีเข้มขึ้น และบางคนก็อาจมีผื่นแดงๆ ขึ้นได้ง่าย นั่นคือผลของเอสโตรเจน แต่เอสโตรเจนยังมีผลต่อคุณแม่ท้องในทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่คือ จะทำให้ระบบย่อยอาหารย่อยได้ไม่ค่อยดี ทำให้ท้องอืดง่าย ดังนั้นในระหว่างการตั้งครรภ์นี้ ถ้าคุณแม่มีอาการท้องอืดง่าย อาหารไม่ย่อยเป็นประจำ ควรดูแลตัวเองโดยเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายๆ และรับประทานน้อยๆ แต่บ่อยๆ แทนที่จะรับประทานเป็นมื้อใหญ่ๆ ตามปกติ

นอกจากผลที่มีต่อคุณแม่ท้องแล้ว เอสโตรเจนยังเป็นฮอร์โมนตัวสำคัญอีกตัวหนึ่งที่จะไปกระตุ้นให้ทารกในครรภ์มี การพัฒนา การสร้าง และการเจริญเติบโตของอวัยวะต่างๆ อีกด้วย

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน
โปรเจสเตอโรน (Progesterone) ถูกสร้างโดยรังไข่ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาสร้างโดยรกเมื่อรกเจริญเต็มที่แล้วค่ะ โดยจะทำงานร่วมกันกับเอสโตรเจน ซึ่งในการทำงานของฮอร์โมนก็มีทำงานกันแบบส่วนตัวบ้าง ทำงานร่วมกัน หรือประสานงานกันเป็นทีมบ้าง มีทั้งช่วยสนับสนุนส่งเสริมกัน หรือบางครั้งก็ไปยับยั้งฤทธิ์ของฮอร์โมนตัวอื่นเพื่อไม่ให้ออกฤทธิ์ในช่วง ที่ไม่จำเป็น

ผลที่เกิดจากการทำงานของโปรเจสเตอโรนคือ จะไปลดความตึงตัวของเนื้อเยื่อต่างๆ อย่างเช่นเอสโตรเจนจะไปทำให้มดลูกขยายและพร้อมจะมีการหดรัดตัว แต่โปรเจสเตอโรนจะไปยับยั้งอาการ ทำให้มดลูกยังไม่มีการหดรัดตัวมาก เพื่อให้ทารกมาฝังตัวที่มดลูกได้ ไม่แท้งออกไป แต่โปรเจสเตอโรนจะลดต่ำลงในช่วงใกล้คลอดเพื่อให้มดลูกสามารถหดรัดตัว และคลอดทารกน้อยออกมาได้นั่นเอง

โปรเจสเตอโรนยังทำงานร่วมกันกับเอสโตรเจนในการปรับเยื่อบุโพรงมดลูกให้เหมาะ สมแก่ การฝังตัวด้วย คือ ทำให้หนาขึ้น มีเส้นเลือดมาเลี้ยงดีขึ้น ฯลฯ และยังทำให้แม่ท้องมีการสะสมไขมันมากขึ้นสำหรับใช้เป็นพลังงาน เป็นแหล่งของสารอาหาร สำหรับการตั้งครรภ์และลูก และยังจับมือกับเอสโตรเจนเตรียมเต้านมให้พร้อมสำหรับการมีลูก ให้มีท่อน้ำนมมากขึ้น ขยายใหญ่ขึ้น ต่อมน้ำนมโตขึ้น มีเซลล์ที่สร้างน้ำนมเยอะขึ้น เป็นการเตรียมการผลิตให้พร้อม เพื่อที่หลังคลอดจะได้ใช้ได้ทันที

นอกจากนี้โปรเจสเตอโรนยังทำให้กล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อยืดขยาย นี่แหละค่ะสาเหตุที่ทำให้เราปวดเมื่อยง่ายไม่ค่อยมีแรง
โปรเจสเตอโรนยังกระตุ้นให้ร่างกายปรับตัว หายใจเร็วขึ้น เพื่อเอาออกซิเจนเข้าสู่ปอดเยอะๆ มีการแลกเปลี่ยนบ่อยๆ เลยมีผลทำให้เหนื่อยง่าย และยังจะไปช่วยยับยั้งการสร้างน้ำนมของเต้านม ยังไม่ให้สร้างระหว่างท้องด้วยค่ะ

ในช่วงหลังคลอดฮอร์โมนทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดต่ำลง เพราะว่าฮอร์โมนทั้งคู่นี้สร้างจากรก หลังคลอดรกหลุดออกไป ฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้ก็เลยหายไปด้วยค่ะ และจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกรูปแบบหนึ่งในช่วงหลังคลอด

..............................................

ที่มา: http://www.momypedia.com

การตั้งครรภ์
- การใช้ยาบำรุงในหญิงตั้งครรภ์ [30 พฤศจิกายน 2552 13:38 น.]
- รู้จัก ฮอร์โมน ยามท้อง [30 พฤศจิกายน 2552 13:38 น.]
- สัญญาณการตั้งครรภ์ 10 ประการ [30 พฤศจิกายน 2552 13:38 น.]
- นานาปัญหาของคนคิดจะมีลูก [30 พฤศจิกายน 2552 13:38 น.]
- การตั้งครรภ์เมื่ออายุมากกว่า 35 [30 พฤศจิกายน 2552 13:38 น.]
- เกิดอะไรขึ้นในช่วง 9 เดือนของการตั้งครรภ์ [30 พฤศจิกายน 2552 13:38 น.]
- สัญญาณเริ่มต้นการตั้งครรภ์ [30 พฤศจิกายน 2552 13:38 น.]
- เรียนรู้วงจรการตกไข่ [30 พฤศจิกายน 2552 13:38 น.]
ดูทั้งหมด

    รายการสินค้า
     >>ชุดทดสอบการตกไข่
     >>ชุดทดสอบการตั้งครรภ์
     >>กล้องตรวจวันตกไข่ ด้วยน้ำลาย
     >>ปรอทวัดอุณหภูมิ BBT เพื่อหาวันตกไข่
     >>เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ
     >>ชุดทดสอบฮอร์โมน FSH(วัยทอง)
     >>ชุดตรวจสอบอสุจิเบื้องต้นด้วยตนเอง
     >>เจลหล่อลื่น Pre-seed
     >>ชุดทดสอบเพศทารกในครรภ์
    วิธีใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อผู้อยากมีลูก
     - วิธีใช้ ชุดทดสอบการตกไข่
     - วิธีใช้ ชุดทดสอบการตั้งครรภ์
     - วิธีใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ แบบดิจิตอล
     - วิธีใช้ กล้องตรวจวันตกไข่ ด้วยน้ำลาย
     - วิธีวัดอุณหภูมิ BBT เพื่อหาการตกไข่
     - วิธีใช้ ชุดทดสอบเพศทารกในครรภ์
    การตั้งครรภ์
     - รู้จัก ฮอร์โมน ยามท้อง
     - เรียนรู้วงจรการตกไข่
     - สัญญาณการตั้งครรภ์
     - สัญญาณการตั้งครรภ์ 10 ประการ
     - เกิดอะไรขึ้นในช่วง 9 เดือนของการตั้งครรภ์
     - การตั้งครรภ์เมื่ออายุมากกว่า 35
     - ภาวะโลหิตจางกับการตั้งครรภ์
    โรคใกล้ตัวที่ผู้หญิงควรรู้
     - สาวอายุ 30 กับคำว่า วัยทอง
     - มะเร็งปากมดลูก
     - Endometriosis
    บทความ สำหรับผู้อยากมีลูก
     - เกี่ยวกับการมีบุตรยาก
     - การรักษาเพื่อการมีบุตร
     - การเลือกเพศบุตร
     - การตั้งครรภ์
     - โรคใกล้ตัวที่ผู้หญิงควรรู้
    รวมลิงค์น่าสนใจ
     - โปรแกรมคำนวณวันไข่ตก
     - ตารางคำนวณโอกาศการตั้งครรภ์
     - มาทายเพศของลูกในท้องกัน
     - รวมสาเหตุ ภาวะการไม่ตกไข่
     - ตั้งชื่อลูกน้อย ให้เป็นมงคล
     - Dumex
    Listคลีนิครักษามีบุตรยาก
    ตรวจสอบสถานะพัสดุ
    ข่าวรายวันที่เกี่ยวกับการมีบุตรยาก
     - “กลยุทธ์” หยุดปัญหามีลูกยาก!
     - 360องศา ปัญหา
     - มีลูก "ยาก" ถึงเวลาตรวจ "สเปิร์ม"
     - Natural IVF/IVM ทางเลือกใหม่
     - ผู้ชายชอบกินสเต๊กมีเชื้ออสุจิเชื่องช้า
     - เมื่อหนู ๆ ไม่ยอมมาอุแว้...
     - ฮีโร่..งัดสารพัดเทคนิคช่วยผู้มีบุตรยาก
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 24
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 127
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 3,670,173
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
22 กันยายน 2562
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
10  11  12  13  14 
15  16  17  18  19  20  21 
22  23  24  25  26  27  28 
29  30           
             
Copyright by wecare2009.com
Engine by MAKEWEBEASY